ถุงใต้ตา เป็นส่วนหนึ่งของใบหน้าที่ทุกคนมีมาตั้งแต่เกิด เพราะถุงใต้ตาก็คือไขมันที่อยู่ใต้ลูกตาที่อยู่ในเบ้าตาอีกทีหนึ่ง ยามที่เราเป็นเด็กหรือวัยรุ่น กล้ามเนื้อรอบดวงตาจะมีความแข็งแรง เป็นเหมือนผนังกั้นไม่ให้ไขมันดันตัวออกมา เมื่อเราอายุมากขึ้น กล้ามเนื้อที่อ่อนแรงลงจะทำให้ไขมันที่มีอยู่เดิมสามารถดันตัวออกมาให้เห็นเป็นถุงได้ คนส่วนใหญ่จึงเรียกมันว่าถุงใต้ตาแต่ด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป คนสมัยนี้ รวมถึงวัยรุ่นที่อายุยังน้อย ใช้เวลาอยู่หน้าคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนเป็นส่วนใหญ่ กล้ามเนื้อจึงอ่อนล้าเร็วกว่าคนสมัยก่อน ทำให้ถุงใต้ตาปรากฎชัดเจนเร็วขึ้น หรือที่เรียกอีกอย่างว่า  ‘Computer Eye Bag’ แต่ก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีถุงใต้ตาตั้งแต่เด็กตามพันธุกรรมของตนเอง

อีกสาเหตุหนึ่งของตาบวมคล้ายถุงใต้ตา คืออาการอุ้มน้ำหรือบวมน้ำของผิวหนัง ซึ่งเป็นธรรมชาติที่แตกต่างกันในแต่ละคน อาการบวมจะขึ้นๆลงๆไม่แน่นอน ขึ้นกับการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอเป็นหลัก แตกต่างจากถุงไขมันใต้ตา ที่ไม่มีการเปลี่ยนรูปขึ้นลงตามเวลา แต่ในบางรายก็มีทั้งตาบวมน้ำและถุงใต้ตาควบไปในขณะเดียวกัน

การศัลยกรรมถุงใต้ตา

การทำศัลยกรรมถุงใต้ตา สามารถทำได้ 2 วิธี คือ

1. การผ่าตัด กรีดแผลเล็กๆบริเวณหางตา

ขั้นตอนการผ่าตัด


1. แพทย์ทำการวาดเส้นทำเครื่องหมายที่เปลือกตาล่างเพื่อกำหนดตำแหน่งที่ต้องแก้ไข และฉีดยาเฉพาะจุดที่ต้องการผ่าตัด

2. แพทย์ทำการผ่าตัดหนังตาล่างทีละข้างโดยแผลซ่อนใต้ขนตาล่าง ในบางรายแพทย์อาจต้องจัดการเก็บไขมันส่วนที่มากเกินออกด้วย

3. จากนั้น แพทย์ทำการแก้ไขส่วนกล้ามเนื้อที่หย่อน โดยเก็บกล้ามเนื้อที่เกินออก แล้วทำการขึงยึดกล้ามเนื้อหนังตาล่างให้ตึงขึ้น

4. แพทย์ทำการเย็บปิดแผลอย่างเรียบร้อยที่สุด หลังทำคนไข้สามารถใช้ตาได้เหมือนเดิม และกลับบ้านได้โดยไม่ต้องอยู่พักฟื้นที่โรงพยาบาล

แผลผ่าตัด จะเป็นเส้นบาง ซ่อนอยู่ชิดแนวใต้ขนตาล่าง คล้ายรอยของ eyeliner มีไหมเส้นเล็กเท่าเส้นขน 2-3 จุด ที่ต้องตัด จากบริเวณขอบตาด้านข้างจะมีแผลห่างออกมาไม่เกิน 5 มิลลิเมตร ขึ้นอยู่กับส่วนหย่อนของผิวหนังแต่ละคน แผลสามารถอาบน้ำถูสบู่ได้ แต่งหน้าได้ ตัดไหมเมื่อครบ 7 วัน หลังตัดไหม แผลอาจจะดูชมพูในบางคน แต่จะจางหายไปใน 2 สัปดาห์ จนมองไม่เห็นในที่สุด

ถุงใต้ตา1

2. การทำเลเซอร์ 

คือ การใช้นวัตกรรมของแสงเลเซอร์ มาเป็นเครื่องมือในการผ่าตัดถุงใต้ตาออก ทำให้การผ่าตัดเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น โดยแพทย์จะทำกากำจัดถุงไขมันใต้ตาออกมาจากด้านในของหนังตา ผ่านแผลขนาดเล็กเพียง 0.5 -1 เซนติเมตรเท่านั้น ด้วยคุณสมบัติพิเศษของแสงเลเซอร์ที่สามารถห้ามเลือดไปในตัว ทำให้เสียเลือดน้อยมาก อาการบวมช้ำจึงน้อยมากเมื่อเทียบกับการผ่าตัดด้วยการผ่าตัดถุงใต้ตาจากภายนอก สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้เป็นปกติในวันถัดไป โดยไม่มีแผลภายนอกให้เห็น

 ข้อดี ของการทำเลเซอร์ถุงใต้ตา


1. มีความปลอดภัยสูงมากหากทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

2. แสงเลเซอร์จะไม่ไปกระทบกับดวงตา เนื่องจากในขณะรักษาดวงตาทั้งคู่จะถูกปกป้องด้วยตัวครอบตา (Eye shield) ทั้งนี้ การผ่าตัดทั้งหมดก็อยู่ในส่วนของหนังตาล่างเป็นหลัก มิได้ทำที่ลูกตาแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ปัญหารอยคล้ำที่เกิดจากเงาของถุงใต้ตา เมื่อเรานำถุงใต้ตาออกแล้ว รอยคล้ำก็จะหายไปได้ด้วย แต่ถ้าเป็นรอยคล้ำจากสาเหตูอื่นเลเซอร์ถุงใต้ตาช่วยไม่ได้


ข้อควรระวัง

แม้ว่าการผ่าตัดถุงใต้ตาด้วยแสงเลเซอร์จะเป็นวิธีการที่ดี แต่ก็ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของแพทย์เป็นสำคัญ การประเมินสภาพของถุงใต้ตาทั้งก่อนและระหว่างผ่าตัด เป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งต่อผลสัมฤทธิ์ของการรักษาด้วยวิธีนี้ เนื่องจากถ้าเราประเมินผิดอาจส่งผลให้ตาลึกโบ๋ หรือผิวหนังเหี่ยวย่นยิ่งกว่าก่อนทำเสียอีก การดูแลหลังผ่าตัดก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากอาจมีเลือดออกในภายหลังได้ ถ้าดูแลไม่ดีพอ

ถุงใต้ตา2

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Call Center : 087-9800007
Line : @VRCLINIC หรือ http://line.me/ti/p/%40vrclinic
IG : VRCLINIC
Email : contact@vrclinic.com
Inbox : https://www.facebook.com/messages/VRCLINIC
FB : https://www.facebook.com/VRCLINIC
Website : www.vrclinic.com
Call Center (English) : (+66)80-580-0002
สาขาเมืองเอก : 02-9922298
สาขาสุขุมวิท : 02-2560119

ขอบคุณมากนะคะ ที่ไว้วางใจ VRclinic ของเรา ^^